รีวิว แค่ขายโพชั่นไปวันๆ ไม่ได้เหรอคะ เล่ม 1

รีวิว แค่ขายโพชั่นไปวันๆ ไม่ได้เหรอคะ เล่ม 1

ชื่อเรื่องต้นฉบับ : Potion Danomi de Ikinobimasu! #1
นักเขียน: FUNA
ผู้แปล: Petitlapin
สำนักพิมพ์: First Page Pro
ราคาปก: 300 บาท
จำนวนหน้า: 282 หน้า

อ่านแบบ E-book ก่อนฉบับเล่มออกได้ที่ Meb นะครับ
https://www.mebmarket.com/ebook-112951-แค่ขายโพชั่นไปวันวันไม่ได้เหรอคะ!-เล่ม-1


รีวิวแบบไม่สปอย

เป็นเรื่องสั้นที่มีแกนหลักเป็นเรื่องของนางเอก ที่ตายโดยความผิดพลาดของผู้ดูแลโลก จึงแก้โดยการส่งไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ความโกงและความสนุกของเรื่องนี้อยู่ที่ความฉลาดของนางเอก การประยุกต์ความรู้ และแนวคิดแบบผู้หญิงๆ ที่แบบว่าผู้ชายคงไม่คิดแบบนี้ (ฮ่าๆ)

จริงๆ ก็มีเรื่องต่างโลกที่เป็นผู้หญิงเป็นหลักหลายเรื่องนะ เช่นเรื่องของ ขอแค่ค่าเฉลี่ย ที่ผู้แต่งคนเดียวกัน ธีมนางเอกเรื่องนี้กับเรื่องนั้นต่างกันหน่อย แต่ลึกๆ จะเหมือนกัน คือเรื่องไม่อยากเด่น แต่สุดท้ายก็เด่นอยู่ดี ไม่เหมือนกับเกมรักศักดิ์ศรีบุตรีดยุกที่แบบ เป็นผู้หญิงที่บทบาทจะแข็งก้าว และมีเรื่องรักเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะ

แต่ละประเด็นที่เล่นไม่ค่อยหนักหน่วงอะไร (อาจจะเป็นเพราะเล่ม 1) แต่ก็อ่านได้เพลินๆ สนุกไปกับแนวคิดใหม่ๆ ที่ได้รับจากเรื่องนี้ครับ

สรุป เรื่องนี้เหมาะกับคนที่ชอบอ่านแล้วต่างโลก แต่อยากได้รสชาตใหม่ๆ เรื่องนี้ตอบโจทย์ครับ ไม่เสียชื่อผู้แต่ง FUNA มีกลิ่นสไตล์นักเขียนเต็มตัวมาก เป็นเรื่องของมุมมอง แนวคิด การตัดสินใจแบบที่ผู้หญิงมองในการใช้ชีวิต ไม่ใช่มุมมองของผู้ชายในการเล่าเรื่อง

ข้อเสียของเรื่องนี้คือ บางจุดจะรู้สึกคิดว่า นางเอกมันคิดเยอะ เรื่องมากจังวะ หรือแบบดูเพ้อ แต่ก็รับได้นะ ไม่ได้แบบว่าต้องติดลบคะแนน

คะแนน 10/10


รีวิวแบบ (สปอย)

เป็นเรื่องราวของนากะเสะ คาโอรุ สาววัย 22 ปี ที่มีจุดเด่นคือตาดุไม่รับแขก ใช้ชีวิตในวัยทำงานแล้ว ระหว่างวันหนึ่งที่กลับบ้านอยู่ๆ เธอก็ตายลงจากความผิดพลาดของผู้ดูแลโลก ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นนับหลายพันปี ผู้ดูแลโลกได้ให้คาโอรุไปเกิดใหม่อีกโลก ไม่สามารถกลับโลกเดิมได้ เพราะสมดุลจะพัง

คาโอรุยอมรับได้ แต่ขอเงื่อนไขได้แก่
– ความสามารถสุดโกง
– ขอให้ร่างกายเด็กลง และหน้าตาทุกอย่างเหมือนเดิม
– ขอร่ำลากับครอบครัว และเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย ผ่านความฝัน

หลังจากได้ร่ำลาครอบครัว และเพื่อนแล้ว คาโอรุได้ถูกส่งมาอีกโลก เจอกับ เซเลสทีน (ซีเลส) ซึ่งเป็นเทพเจ้าของโลกใหม่ ชีเป็นแฟนคลับของเทพเจ้าโลกเก่า พอเทพเจ้าโลกเก่ามาขอฝากคาโอรุ ก็แบบปลื้มมาก ก็เลยจะช่วยคาโอรุเต็มที่

คาโอรุได้หลายอย่างจากเทพเจ้า ได้แก่
– ความสามารถด้านการสนทนา การอ่านเขียน (คุยกับสัตว์ได้ด้วย)
– ร่างกายย้อนวัย ยีนเดิม ผมดำ มีทายาทได้
– ความสามารถสุดโกง คือ ความสามารถในการรังสรรค์ยาที่มีสรรพคุณดั่งใจอย่างอิสระ
– ภาชนะให้อยู่ในตามที่คิดอย่างอิสระ
– มีกล่องไอเทมความจุไม่จำกัด เวลาในกล่องหยุดเดิน ใช้ตอนไหนก็ได้ คนอื่นเอาของออกมาไม่ได้
– เสื้อผ้า รองเท้า และอื่นๆ
– และขอเป็นเพื่อน กับ ซีเลส

หลังจากเข้ามาโลกใหม่ คาโอรุทดลองใช้พลัง และมุ่งหน้าไปทีเมือง

____________________________________________________________________

เมืองแรกเป็นเมืองเล็กๆ ในท้องถิ่น ไม่มียาม ไม่มีกำแพงล้อมเมือง คาโอรุเตรียมโพชั่น 4 ขวด สำหรับขาย เมื่อเข้าไปที่กิลด์ฮันเตอร์ คาโอรุได้เข้าไปสอบถามเพื่อขายโพชั่น แต่แพทย์กับเภสัชไม่อยู่ พนักงานเข้าเวรได้ช่วยเหลือให้ที่นอน คาโอรุพยายามขายโพชั่นกับคนอื่น แต่ก็ขายไม่ได้ แต่นักผจญภัยเห็นใจก็เลยจ้างพวกนวดขา นวดไหล่ แลกกับอาหาร และเงินเล็กน้อยแทน ไม่นานนักก็มีคนเจ็บหนักเข้ามา แต่เนื่องจากไม่มีแพทย์และเภสัชอยู่ อีกทั้งไม่มีคนใช้ฮีลได้ คาโอรุเข้าไปยุ่งกับสถานการณ์ดังกล่าว เอาโพชั่นรักษาจนหาย ทำให้ตะลึงไปทั้งกิล

ถัดมา คาโอรุได้รับรู้ถึงปัญหาใหญ่ ว่าโลกนี้ไม่มีมีเวทย์มนต์อย่างที่ซีเลสเข้าใจ ไม่มีโพชั่น แค่มีมอนสเตอร์อยู่จริง มีแต่การโจมตีกายภาพ

เช้าถัดมา คาโอรุตั้งใจจะหนี แต่ก็ไม่ทันมีคนรับใช้ของบารอนมาจับตัวไป เพื่อทำเงินและเลื่อนตำแหน่ง คาโอรุล่อให้คนรับใช้ขโมยของ และอ้างว่าของพัง ทำให้ไม่สามารถสร้างโพชั่นได้ จึงได้ถูกเอาไปขังไว้ที่ห้องพัก ให้ซ่อมของแทน คาโอรุขออาหารจำนวนมากมากิน และกักตุน และคนใช้ดูแลคนหนึ่ง เมื่อเตรียมตัวหนีเรียบร้อยแล้ว คาโอรุเรียกคนใช้มาแล้วทำให้สลบ แล้วปลอมตัวเป็นคนใช้แทน เอาชุดเขาไปด้วย

บารอนพยายามจ้างนักผจญภัยล่าคาโอรุ ทุกคนรับเงินมา แต่ก็ไม่ช่วยหาแต่อย่างใด คาโอรุหนีสำเร็จ และมุ่งหน้าไปยังอาลาส เมืองหลวงของราชอาณาจักรบรานคอตต์ ด้วยเหตุผลว่ามีประชากรเยอะ มีขุนนางเยอะ เหมาะกับการการป้องกันไม่ให้ขุนนางทำตามอำเภอใจได้

คาโอรุใช้เวลาการให้หนีและซ่อนตัวหลายวัน ระหว่างที่พักผ่อนนอกเมืองได้มีกลุ่มหนึ่ง ประกอบด้วย อัศวินสาว เด็กหญิง เด็กหนุ่มขุนนาง และสาวใช้ พร้อมรถม้า และทหารม้าหกนาย กำลังไปเยี่ยมยายที่ป่วยในแดนไกล

ระหว่างที่เด็กหญิงปวดฉี่ ทั้งกลุ่มจึงหาที่พักไปด้วย ได้มาเจอคาโอรุเข้า และเรียกคาโอรุว่าเทพธิดา คาโอรุตอบกลับ และบอกว่าตัวเองเป็นเพื่อนของซีเลส เด็กหนุ่มขอพรเพืออวยพรให้ยายหายป่วย คาโอรุตั้งเงื่อนไข ให้แต่ละคนเล่าเรื่องเศร้า แล้วแลกกับโพชั่นสามขวด เป็นยารักษายาย ยาย้อนวัย และยารักษาทั่วไป และไล่ทุกคนกลับไป

ผ่านมาหลายเดือน เด็กสาวรับใช้ ถูกให้ติดหนี้เนื่องจากชุดหาย แต่คาโอรุก็ส่งชุดมาคืนให้ และขวดยาบำรุงร่ายกาย พร้อมจดหมายขอโทษ

ที่เมือง กลัวร์ เมืองหลวงของราชอาณาจักรบัลมอร์ เรื่องมาพูดถึงกลุ่มที่ได้เจอเทพธิดามา อัศวินได้ให้ยารักษาทั่วไปกับกับพระราชาเพื่อรักษาท่านโรแลนด์ พี่ของพระราชา ที่บาดเจ็บจนแขนขวาใช้การไม่ได้ เลยยกตำแหน่งให้น้อง แล้วตัวเองเป็นที่ปรึกษา ทางฝั่งพระราชาไม่เชื่อ อัศวินจึงได้กินยาย้อนวัย ทำให้กลับเป็นเด็ก พระราชาเห็นดังกล่าวจึงได้บังคับให้พี่ชายกิน พี่ชายได้กินเข้าไป ผลที่ได้คือแขนขวาขยันได้ พระราชาจะให้พี่ชายกลับมาครองราชย์ แต่พี่ชายไม่เอา และขอไปเพลิดเพลินกับชีวิตแทน และอัศวินก็เป็นที่ต้องตาของพี่ชายพระราชา

____________________________________________________________________

เมืองต่อไป เมืองหลวงของราชอาณาจักรบรานคอตต์ ระหว่างเดินทาง คาโอรุ คุยกับบุตรชายพ่อค้า และได้สอนวิชาการค้าขาย การต้อนรับแขกแบบญี่ปุ่น แลกกับความรู้เรื่องภูมิศาสตร์ และคาโอรุก็ขายของที่ยึดจากบารอนให้พ่อค้า และทำเอกสารเข้าเมือง คาโอรุเรียนรู้ข้อผิดพลาด จึงไม่คิดจะขายยาเหมือนเดิมแล้ว และไปหางานตามบริษัทจัดหางาน ได้งานเป็นพนักงานเสิร์ฟในโรงอาหาร

เฟอร์นัน บรานคอตต์ เจ้าชายองค์ที่ 1 ของบรานคอตต์ / ฟาเบียโอ / อลัน บุตรของนายก เป็นเพื่อนกันสามคน วันหนึ่งฟาเบียโอชวนอลันไปกินข้าวข้างนอก เฟอร์นั้นขอตามไปด้วย ร้านที่มากินเป็นร้านที่คาโอรุอยู่ เป็นร้านที่อลันแนะนำและมากินหลังๆ บ่อย

อาหารในร้านก็เป็นเมนูที่คาโอรุเสนอให้ และอลันขอใช้บริการปรึกษา 5 เหรียญเงิน ซึ่งเป็นบริการพิเศษของคาโอรุ ซึ่งคาโอรุเก็บเงินส่วนนี้ เพื่อเป็นค่าเข้าห้องสมุด คำถามที่เฟอร์นันโยนให้คาโอรุ คือ “ขุนนางจะเพิ่มรายได้ในอาณาเขตอย่างไร โดยที่ไม่มีเอกลักษณ์พิเศษ และต้องการผลลัพธ์เร็วๆ” คาโอรุให้คำตอบตามราคาอย่างเฉียบขาด โดยการให้ลดภาษี พร้อมส่งเหตุผลให้ ส่งผลให้เฟอร์นันถูกใจความฉลาดของคาโอรุอย่างมาก

เฟอร์นันพยายามเข้ามาหาคาโอรุไม่หยุด และรบกวนเวลาที่ยุ่งๆ เข้ามาถามข้อมูลส่วนตัว และถามเนื้อหาที่ยากขึ้น สร้างความเดือดร้อนให้ ซึ่งจะให้เงินดีมากก็เถอะ จนในที่สุดคาโอรุทนไม่ไหว จึงขอมาสเตอร์ให้แบนเฟอร์นันจากร้าน เฟอร์นันโกรธจัดมาก พยายามจะลากคาโอรุออกไปจากร้าน หลังจากนั้นสามสัปดาห์ เฟอร์นั้นหายไปจากร้าน และมีขุนนางหนึ่งมาส่งจดหมายเชิญงานเลี้ยงสัปดาห์หน้าให้คาโอรุ และกล่องวางไว้ข้างถนน โดยไม่ได้อธิบายอะไร หลังจากเข้าร้านไป กล่องก็หายไป

ถึงวันเวลาดังกล่าว คาโอรุเข้าวังพร้อมชุดเดรส และเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดสาวใช้ในงาน ฟาเบียโอบอกว่าเห็นคาโอรุในงาน เฟอร์นันโกรธจัดมากที่เห็นคาโอรุกลายเป็นสาวใช้ คาโอรุบอกกลับว่าไม่ได้รับคำอธิบายอะไรเลย ก็เลยนึกว่าจ้างเป็นสาวใช้ และของที่ให้ไปก็หายหมดแล้ว เฟอร์นันจะแนะนำคาโอรุในฐานะคู่หมั้น คาโอรุปฏิเสธอย่างชัดเจน และเป็นไปไม่ได้ที่สามัญชนจะหมั้นกับเจ้าชายได้ เฟอร์นันไม่พอใจ และบอกว่าต้องการแค่ปัญญา ความรู้ ความงามก็พัฒนาประเทศได้ ทำให้คาโอรุโกรธจัด และทุบจาน แล้วเอาจานกรีดแก้มของตน ทำให้ตนเป็นผู้หญิงที่โง่เขลา และอัปลักษณ์

คาโอรุออกจากวัง และหนีออกจากเมือง ยามเห็นสภาพของคาโอรุก็ตกใจ และเห็นใจที่คาโอรุมีปัญหากับขุนนางมา ยามให้กระเป๋าหนังใส่น้ำ อาหาร และเงินให้กับคาโอรุ และเปิดทางให้หนีไป

ผ่านมาหลายปี ทหารคนนั้น บุตรชายของเขาประสบอุบัตเหตุ ตาขวาบอด ตาซ้ายเสื่อม กำลังจะหมดหวัง ก็มียาวิเศษส่งมาให้ บุตรชายได้กินและตาหายเป็นปกติ ยามได้รับจดหมายขอบคุณที่เคยช่วยเหลือ พร้อมกับกระเป๋าหนังใบนั้น กับเงิน

____________________________________________________________________

คาโอรุเดินมาทางที่ประเทศข้างเคียง มีพ่อค้าใจดีให้อาศัยรถมาด้วย ระหว่างทางก็ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับพ่อค้า เช่นเรื่องความผิดพลาดในการค้าขาย การจำหน่ายสินค้า การมัดรวม การตีกรอบลูกค้า การเจาะจงกลุ่มลูกค้า เมื่อถึงเมืองพ่อค้าเสนอให้ทำงานด้วยกันที่บริษัทอาบลิ บริษัทที่ใหญ่หนึ่งในสามของเมือง แค่คาโอรุปฏิเสธ และไปสมัครงานได้งานแม่บ้านของห้องปฏิบัติการเล็กๆ แทน

ในห้องปฏิบัติจะจำหน่ายสินค้าเพื่อครองชีพ สินค้าดี ฝีมือเยี่ยม แต่ไม่ค่อยมีเงิน เพื่อนเน้นแต่วิจัย ไม่มีคนถนัดค้าขาย คาโอรุใช้ชีวิตอยู่นาน มีทำขวดไปฝากขายบ้าง วันหนึ่งมีเด็กเร่ร่อนทำกระดาษขยำตกไว้ มีข้อความบอกว่าแม่ที่มีลูกในเขตสลัม ขยัน ซื่อสัตย์ แต่ถูกทำร้ายจากขุนนาง คาโอรุจึงคิดจะเข้าไปช่วย ตามเด็กเร่ร่อนไป คาโอรุเจอกับแม่และอ้างตัวเป็นผู้ส่งสาส์นของซีเลส และเอายาให้แม่ดื่ม จนหายดี เด็กเร่ร่อนรู้ว่าคาโอรุมีพลัง เพราะเคยได้รับบทเรียนตอนขโมยกระเป๋า และเคยรักษาเด็กเร่ร่อนให้ทั้งหมด

คาโอรุต้องการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่อยากจะใช้ชีวิตไปวันๆ จึงได้รวบพวกกับเด็กๆ จำนวน 7 คน บอกว่าตัวเองเป็นเพื่อนของเทพธิดา และจะช่วยให้พรกับผู้มีจิตใจดีงาม โดยตนจะให้เด็กๆ เป็นบริวาร แลกกับร่างกายที่แข็งแรงและอาหาร เด็กๆ ก็เก็บเป็นความลับ เลิกการขโมยและพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น ชีวิตช่วงนี้ก็คือเธอคอยแอบไปช่วยเหลือคน ตามที่เด็กๆ หาข้อมูลให้

วันนั้นมีบุตรสารของพ่อค้าป่วย ซึ่งพ่อค้าก็เป็นคนดีมาก คาโอรุจึงเข้าไปช่วย ปรากฏว่าพ่อค้าคนนั้นคือคนที่ช่วยให้เข้าเมืองมาตอนแรก ทำให้พ่อค้ารู้ว่าคาโอรุเป็นผู้ส่งสาส์น คาโอรุรักษาลูกสาวหาย และขอเสื้อผ้าที่ใส่ไปหาขุนนางได้แลกเปลี่ยน

ผ่านไปสองอาทิตย์ เอซิลที่เป็นขุนนางในห้องปฏิบัติการ มาขอให้เป็นคู่หมั้นในงานเลี้ยงวันเกิดพี่ชาย คาโอรุปฏิเสธที่เป็นคู่หมั้นขอเป็นคนที่กำลังจีบแทน และขอเอาชุดเดรสของตัวเอง มองว่าโอกาสนี้ละจะเป็นโอกาสเปิดตัว

ในงาน คาโอรุกินจัดเต็ม เอซิลเข้ามาทักคาโอรุ แต่เนื่องจากคนอื่นไม่กล้าคุย เอซิลจึงรับเคราะห์แทน หลังจากนั้นมีงานมอบของขวัญให้พี่ชายจากสาวๆ คาโอรุจึงตัดสินใจเข้าไปร่วมด้วย เพื่อใช้โอกาสนี้เปิดเผยตัว เมื่อถึงคิวของตน คาโอรุ ให้เรียกคาลวินที่เป็นคนรักใช้ที่บาดเจ็บสาหัสมาจากการคุ้มครองพี่ชาย คาโอรุให้ทุกคนรวมพลังและสร้างพรของเทพธิดาขึ้นจากไวน์ และให้คาลวินดื่ม ทำให้แขนหายดี และคาโอรุก็หนีไป และเอซิลก็รีบหนีไป เพราะรู้ตัวว่าจะโดนถามไม่หยุดแน่

วันรุ่งขึ้น คาโอรุมาที่ห้องปฏิบัตการเหมือนเดิม เจอเอซิลเหมือนเดิม คาโอรุเคลียกับเอซิล เล่าเรื่องที่แต่งให้ฟัง พ่อของเอซิลมาตามตัวและสอบถามเรื่องคาโอรุยกใหญ่ แต่เอซิลก็อธิบายได้ตามที่คุยกับคาโอรุไว้ก่อน จนเคลียรู้เรื่อง แต่… พระบรมมหาราชวังก็มาขอให้คาโอรุเข้าวังไปคุย คาโอรุเตะถ่วงขอเวลาไปก่อน และตัดสินใจไปคนเดียวในวันพรุ่งนี้เช้า

วันรุ่งขึ้นคาโอรุมาแต่เช้ามาก มาเจอชายเฝ้าประตู ชายเฝ้าประตูไม่ให้เข้า เนื่องจากไม่มีใบอนุญาต และบอกว่าต้องจ่ายเงินถึงจะเข้าได้ หรือไม่ก็เอาตัวมาแลก คาโอรุได้โอกาสจึงบอกว่า จะไม่เข้าพระบรมวังอีกแล้ว และจะไม่ฟังคำพูดของราชวงศ์หรือขุนนางคนใหญ่คนโต ตามคำสาบานต่อท่านเทพธิดา และกลับบ้าน

เอซิลตกใจที่คาโอรุไม่ได้เข้าเฝ้า คาโอรุอธิบายให้ฟัง เอซิลจึงรีบไปคุยกับที่บ้าน ที่บ้านจึงต้องรีบเข้าวังไปคุยให้ พระราชาตัดสินใจตรวจสอบผู้เฝ้ายามลงโทษแทน

ทางฝ่ายวิหาร ซึ่งกำลังมีปัญหาภายในที่เสื่อมศรัทธาจากเทพธิดา พระสังฆราชได้รับข่าวว่ามีผู้ส่งสาส์นปรากฏตัวมา ตนไม่เชื่อว่าเป็นตัวจริง แต่ก็อยากจะใช้ประโยชน์และหากำไร วันรุ่งขึ้นบาทหลวงโดรัน เอาคำสั่งพระสังฆราชมาตามตัวเด็กสาว คาโอรุปฏิเสธ และไล่บาทหลวงไป และโชว์พลังเทพลงทัณฑ์อีก ทำให้เกิดข่าวลืมว่าบาทหลวงพยายามลักพาตัวผู้ส่งสาส์น เหลือดูหมิ่นจนโดนเทพลงทัณฑ์ พระราชากลัวพลังของเทพลงทัณฑ์มาก แต่ก็อยากเจอตัวเด็กสาว จึงได้ตัดสินใจเลือกขุนนางยศต่ำมารับมือ ทางฝ่ายวิหารก็ส่งคนมารับมือ คาโอรุตัดสินใจคุยกับทั้งคู่พร้อมกัน แต่ขอเลือกสถานที่เป็นที่มีคนเยอะๆ เลยได้เป็นจตุรัสของเมืองหลวงกลัวร์ ราชอาณาจักรมอร์

ในการคุย ประชาชนมารวมตัวจำนวนมาก หลังจากนั้นทุกฝ่ายก็มาครบ คาโอรุชี้แจ้งหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นไม่มีการพยากรณ์ หรือช่วยเหลือคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ และตนเป็นเพื่อนกับซีเลสไม่ได้นับถือซีเลส จึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้าวิหาร หลังจบการคุยเรื่องอลหม่านไปทั่ว ราชอาณาจักรบรานคอตต์ ที่คาโอรุหนีมาได้ทราบข่าวก็ไม่ยอมนิ่งเฉย ประเทศศักดิ์สิทธิ์เอลด้า ประเทศแห่งศาสนาก็ร้อนรน จักรวรรดิอาลิโก ประเทศแห่งทหารก็เลวร้ายลงทุกที

Back to Top