รีวิว ยอดเชฟเทพนักปรุง เล่ม 5

รีวิว ยอดเชฟเทพนักปรุง เล่ม 5

ชื่อเรื่องต้นฉบับ : God of Cooking #5
นักเขียน: Yangchigi-jari
ผู้แปล: Parama
สำนักพิมพ์: Enter Book
ราคาปก: 359 บาท
จำนวนหน้า: 502 หน้า

เล่มนี้ได้ฟรีจากกิจกรรมของเพจ Enter Book มา ขอบคุณมากๆ นะครับ


ริวิวแบบไม่สปอย

เล่มต่อของซีรีย์ยอดเชฟเทพนักปรุง หรือมินจุน เป็นเรื่องราวของชายผู้ที่ได้รับการย้อนเวลากลับไปแก้ไขชีวิตตัวเองในอดีต พร้อมกับได้รับ พรสวรรค์ ในการวิเคราะห์อาหารติดตัวมาในชีวิตใหม่

ภายในเล่มนี้จะเป็นเนื้อเรื่องต่อจากเดิมเล็กน้อยที่มินจุนล้มในครัวไป ก็ผลลัพธ์ตามที่หลายๆ คนน่าจะเดาได้ เรเชลกลัวว่ามินจุนจะตายแบบสามีเธอก็เลยให้มินจุนไปพักก่อนหลายวัน ก่อนที่จะกลับมาทำงานอีกครั้ง

ส่วนตัวว่าเล่มนี้มีหลายจุดที่ไม่ชอบ และหลายจุดที่ชอบมาก (ชอบมากกว่าเล่ม 4 เดิมซะอีก) และยังคงรักษาจุดเด่นเดิมที่ชอบนำตัวละครเดิมกลับมาใช้งานได้อย่างตรงจุด ตรงเวลา และถูกสถานที่ ทำให้เนื้อเรื่องสนุก และชวนอยากให้กลับไปอ่านเล่มเก่าๆ ได้อย่างดี

แอดมินใช้เวลาอ่านเล่มนี้ ประมาณแค่ 3 ชั่วโมงจบเท่านั้น มันเพลินมากจริงๆ โดยเฉพาะช่วงครึ่งเล่มหลังนี่แบบสนุกมากๆ

สำหรับคนที่ชอบเห็นตัวละครค่อยๆ เติบโตขึ้น เก่งขึ้น ทำอะไรได้สำเร็จมากขึ้น ก็จะชอบเรื่องนี้ครับ

คะแนน 10/10 ให้เท่าเดิมครับ แม้จะมีช่วงที่น่าเบื่อ แต่ช่วงสนุกมันก็โคตรสนุกมากบอกเลย


รีวิวแบบ (สปอย)

เริ่มต้นด้วยการบ่นของมินจุนกับแอนเดอร์สัน ที่ถูกบังคับให้ออกกำลังกาย เพราะการล้มป่วยไปจากเล่มที่แล้ว จากอาการที่เหนื่อยเกินไป การล้มหมดสติถูกแพร่ไปทั่วเน็ต เรเซลสั่งให้มินจุนพักร้อน 15 วัน ทันที คาย่าซื้อตั๋วบังคับพามินจุนกลับไปเกาหลี พร้อมแม่กับน้อง มินจุนทำเซอร์ไพรส์กลับ ลากพ่อคาย่ากลับไปด้วย

บินมาถึงเกาหลี ทั้งคู่ถูกสัมภาษณ์ และแยกตัวออกมา ได้เลือกที่จะไปกินบะหมี่เย็นสไตล์เปียงยางตามโฆษณาร้านที่สืบทอดมาถึง 45 ปี ซึ่งก็บังเอิญเป็นร้านของเพื่อนสมัยมัธยม คะแนนอาหารสูงมาก อร่อย แต่ร้านก็กำลังจะปิดแล้ว เพราะโดนวิจารณ์ไม่ดี ทำให้เสียลูกค้าและกำลังใจไปมาก หลังทานเสร็จ มินจุนและคาย่ากลับบ้านและเริ่มต้นทำอาหารด้วยกัน

น้องของมินจุนได้เปิดประเด็นว่า โพสที่มินจุนชมร้านบะหมี่ ทำให้ร้านอาจจะรอดได้ และทานข้าวพร้อมหน้ากันทั้งสองครอบครัว สักพักคิมมินซ็อก (เจ้าของร้านบะหมี่) โทรมาและขอนัดเจอกับมินจุน ได้คุยขอบคุณกัน

วันถัดมา เพื่อตอบโต้นักชิม ที่กล่าวหามินจุนว่าไม่รู้จักอาหารเกาหลี มินจุนจึงได้ตัดสินใจแจกสูตร ทำอาหารอัดคลิป ปลาแม็กเคอเรลตุ๋นได้รับความนิยมอย่างมาก

นาบอม (จากหน่วยงานรัฐ) สนใจมินจุนจากเหตุการณ์ดังกล่าว และต้องการดันให้มินจุนเป็นฑูตเผยแผร่อาหารเกาหลี มินจุนไม่สนใจ นาบอมล่อมินจูนด้วยการไปเจอเชฟจากร้านซูมกซ็อง ที่เป็นร้านขั้นเทพแต่เจ๊งไปแล้ว มินจุนตกลงทันที พร้อมขอพาครอบครัวไปด้วย

เชฟของซูมกซ็อง ชื่อ ฮงมันกิล ซึ่งเทพสุด ทำแต่ละจานได้อร่อยมาก แต่มีปัญหาเรื่องความกลมกลืน และเขาดื้อรันไม่เชื่อฟัง ลูกศิษย์ หลังจากกลับมาจากร้านก็มีเรื่องใหญ่ คือ ร้านโรสไอส์แลนด์ไฟไหม้

มินจุนกลับอเมริกา สภาพของโรสไอส์แลนด์แย่มาก แต่ก็ไม่มีคนตาย เรเซลนัดให้ทุกคนเจอกันตอนเย็น และตัดสินใจให้ทุกคนใช้เวลาเลเวลอัพ โดยให้ตามสาขาย่อยทุกที่แทน และขายของบนฟู้ดทรัก

สาขาแรกที่ไปคือลาสเวกัส ไปเจอเดโบร่าห์ เรเซลเรียนรู้สูตรและคุมครัว สอนต่างๆ ให้กับเดโบร่าห์เพื่อแก้ไขปัญหาของเธอ

ขณะขายของในฟู้ดทรักวันหนึ่ง มีลูกค้ามาป่วน แอนเดอร์สันไปรับมือได้ไม่ดี ทำให้โดนโซเชียวด่าหนักมาก มินจุนพยายามคุย แต่ก็โดนด่า แล้วก็ทะเลาะกันเองไปด้วย เพื่อแก้ปัญหา เรเซลได้บังคับแยกกันขาย โดยมินจุนกับแอนเดอร์สันเป็นทีมเดียวกัน

ครั้งแรก ต่างคนต่างแยกกันทำ เมนูแอนเดอร์สันก็เบสิกไป เมนูมินจุนก็ซับซ้อนไป ท้ายที่สุดมินจุนยอมขอโทษแอนเดอร์สัน และขอความช่วยเหลือกันและกัน วันต่อมาเป็นแผนใหม่ ทำกิวคัตสึที่มีหลายความสุก แบบโชเร็กจาโน่ ซึ่งกระแสดีมาก

สาขาที่สอง ซานฟรานซิสโก เชฟเซร์ฮีย์ ผู้ไม่สนใจดาวมิชลิน ทำอาหารอิตาลีแบบตามสั่ง ไม่ได้ขายแบบคอร์ส เพราะต้องการสร้างพิซซ่าที่สมบูรณ์แบบที่สุด

วันถัดมาฟู้ดทรักของมินจุนกับแอนเดอร์สัน เลียนแบบพิซซ่าตามสูตรของเซร์ฮีย์ ซึ่งก็ขายดีกระจายเหมือนเดิม ทำให้เซร์ฮีย์เชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นว่า เขาก็จะสำเร็จได้เหมือนกัน คืนนนั้นราฟาเอล ชูเชฟได้ประกาศว่าตัวเองจะออกเร็วๆ นี้ ทุกคนก็คิดว่าใครจะมาแทน

สาขาที่สาม เชฟจูน ที่ถูกเรียกว่าลูกศิษย์ที่ดีที่สุดของเรเซล สาขานี้หรูหราที่สุด จัดแสงดีที่สุด ซึ่งอาหารก็หรูมาก ตอนกลางคืนมีงานเลี้ยง ในงานเลี้ยงจูนบอกความปรารถนาของเรเซลว่าต้องการโรสไอซ์แลนด์ ส่วนมินจุนก็มีเจนีน เจ้าของโรงแรมเข้ามาคุย และกล่าวต้องการมินจุน

วันถัดมา จูนมาขอโทษเรื่องเจนีนกับมินจุน มินจุนให้จูนกินโชเร็กจาโน่สำเร็จรูปที่เพิ่งเสร็จ และได้ปรับทัศนคติต่อกันและกัน มินจุนไม่อยากให้มองเป็นคู่แข่ง แค่ตัวเองกำลังพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆ เฉยๆ

โชเร็กจาโน่สำเร็จรูป ประสบความสำเร็จอย่างมาก

สาขาที่สี่ ชิคาโก เชฟเดฟ และเจอกับคาย่า คาย่าในตอนนี้เป็นผู้ให้คำแนะนำในรายการแกรนด์เชฟ คาย่าลากมินจุนกลับไปบ้านแกรนด์เชฟด้วย และพบกับลูกทีมของคาย่า ทางฝั่งของแอนเดอร์สันกับเจเน็ต จับมือกัน สร้างสูตรอาหารเพื่อแข่งกับมินจุน และให้โคลอี้ นำไปออกรายการ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ

มินจุนมาเจอ เจเด็นผู้แข่งที่เก่งของซีซีนนี้ เจอมาร์ติน นักจัดรายการ และคู่แข่งของคาย่า ผู้ชนะของ 2 ซีซัน คือ ไบรอัน และ โลล่า ซึ่งไบรอันพยายามจีบคาย่า มินจุนจึงจัดการเบาะๆ ด้วยการดวลทำอาหาร แล้วก็ชนะขาดลอย ต่อมามินจุนไปเจอโจเชฟ เอมิลี่ และทาเคชิ กรรมการของแกรนด์เชฟ เอมิลี่ขอให้มินจุนทำอาหารให้ทานหน่อย

มินจุน ลากลูกทีมคาย่ามาเป็นลูกมือช่วยทำอาหาร ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมือดีมาก บริหารจัดการอย่างโคตรเทพ อาหารก็ออกได้น่าทึ่ง จนทุกคนอึ้ง หลังจากนั้นกรรมการก็เรียกมินจุน กับคาย่าไปคุยส่วนตัว คืนนี้คาย่าเมาแล้วก็คิดสูตรอาหาร คะแนน 10 ขึ้นมาได้ มินจุนจึงช่วยเตรียมและทำตามสูตรให้ เช้ามาก็ช่วยกันทำต่อ ทุกคนต่างอิจฉาความเข้ากันของทั้งคู่ ตอนบ่ายมีแข่ง คาย่าเลียนแบบเทคนิคการบริหารครัวของมินจุน และสร้างสุดยอดอาหารมาได้ และไบรอันแพ้ตกรอบ

มินจุนบอกลาที่นี่ เอลิลี่บอกว่าจะกลับไปแต่งงาน เจเด็นประกาศตั้งเป้าจะชนะมินจุน กลับมารวมทีม มินจุนขอเรเซล ให้ฟูตทรักรอบนี้จับคู่กับคาย่า เรเซลอนุมัติและให้ผู้ช่วยมายากับจัสติน ทั้งคู่ตกลงที่จะทำเทปปันยากิ ตอนแรกมายาไม่มั่นใจอย่างมาก เพราะเป็นของใช้เวลานาน และหลากหลาย ทั้งคู่จึงให้มายาทดลองสั่งดู 4 อย่าง ใช้เวลาแค่ 7 นาทีเท่านั้น แถมยังโคตรอร่อย มายาก็ตกใจอย่างมาก เพราะไม่เห็นว่ามินจุนเก่งขนาดนี้มาก่อน

วันขายจริงทุกอย่างไหล่ลื่นมาก จัสตินต่างคิดหาคำตอบว่าทำไมมินจุนถึงได้มีความสุข ทั้งที่เหนื่อยขนาดนี้ได้ ลูกค้าก็ต่างมีความสุขกับรสชาต และบรรยากาศของทั้งคู่ เดฟกับเรเซลมาเห็นภาพ เดฟอยากให้ทั้งคู่มาทำงานด้วยกันยิ่งขึ้น แต่การบังคับให้มาทำงานด้วยกันจะไม่ตอบโจทย์ เรเซลพยายามขึ้นหา และคิดคำตอบตามที่เดฟแนะนำว่า

จบท้ายด้วยการคุยระหว่างมินจุน คาย่า และมายา ขอบคุณปิดงาน

Back to Top