W3-SS เรื่องสั้นที่เขียนในห้องเรียน

W3-SS เรื่องสั้นที่เขียนในห้องเรียน

ตอน ต้นกำเนิดของหนังสือเวทย์มานาลิส

ตัวละคร
– นักเวทย์ไร้นาม
– มานาลิส
– นักปราชญ์ เอลิส

โครงเรื่องของตอน

  • แนะนำให้รู้จักนักเวทย์ไร้นาม และหนังสือเวทย์
  • นักเวทย์ขอให้หนังสือเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง
  • แนะนำนักปราชญ์เอลิส
  • แนะนำการสร้างมานาลิส และการสอนมานาลิส
  • เอลิสตาย มานาลิสถูกนำไปขังเก็บเอาไว้

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่อากาศแจ่มใส ท่ามกลางป่ารกในพื้นที่ระหว่างเมืองใหญ่เทลล่า และอัลเดีย มีบ้านดินตั้งไว้อยู่ เป็นบ้านง่ายๆ ซึ่งไร้ความปราณีตที่นักเวทย์ผู้หนึ่งสร้างไว้เมื่อวันก่อน เพื่อพักผ่อนหลับนอนก่อนที่จะเดินทางไปยังเมืองอัลเดียข้างหน้า

ไม่นานนักหลังจากจาดแสงแดดสาดเข้าสว่างภายในบ้านดิน ก็มีชายผู้หนึ่งขยี้ตา ลุกขึ้นนั่ง และสักพักก็เดินออกมานอกบ้าน

ชายดังกล่าวใส่ชุดยาวคลุมทั้งตัวเสมือนกับนักบวชแต่เป็นสีดำแทน เป็นชายรูปร่างปานกลาง มีความหนุ่มอ่อนเยาวน์ หน้าขาวสดใส ผมสั้นสีดำ มีดวงตาสีทองอันเป็นเอกลักษณ์ของนักเวทย์เลือดวิเศษ

ข้างตัวของเขานั้นมีหนังสือเล่มหนึ่งลอยอยู่ หนังสือดังกล่าวภายนอกมีความหนามากเกือบสองพันหน้าได้ หน้าปกจาลึกด้วยอักษรโบราณที่คนทั่วไป ไม่สามารถอ่อนออกได้ นอกจากนั้นก็มีสายคาดสีทองพันอยู่รอบหนังสือเวทย์

“วันนี้ตื่นเช้ามากเลยนะ นายท่าน”

หนังสือเวทย์ส่งเสียงทักเจ้านายหรือนักเวทย์ที่ยืนทำหน้าเหม่อลอยอยู่ พร้อมทักเสียงที่เหมือนประชดประชันกับนักเวทย์

“คำนวนทิศทางแสงแดดยามเช้าพลาดไปหน่อย บ้านดินที่สร้างไว้เลยสว่างโร่เกินไป จนทำให้นอนหลับไม่ลงเลย”

“แต่ช่วงนี้ก็ยังไม่เจอเหตุการณ์อะไรสำคัญ แล้วเจ้าเองก็ยังไม่มีคำพยากรณ์ใหม่ๆ ออกมาเลย เราคงจะสบายๆ ได้อีกหลายอาทิตย์ จนกว่าจะเดินทางถึงเมืองอัลเดียข้างหน้า

“จะว่าไปที่เมืองอัลเดียเองก็เป็นเมืองที่พวกเราได้เจอกันสินะ ตอนเจอกันข้าตกใจแทบแย่ ที่หนังสือที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ก็สามารถคุยกับข้าได้

เมื่อคิดถึงเรื่องดังกล่าว นักเวทย์ก็หัวเราะเบาๆ ออกมา เรื่องราวระหว่างการพบกันของนักเวทย์หนุ่มเลือดวิเศษ ผู้เป็นทายาทคนสุดท้ายของตระกูลกริมป์ นามว่า กริมป์ ไนท์ และหนังสือเวทย์ที่มีจิตใจเป็นของตัวเอง นามว่า มานาลิส

“ยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะเหมาะสมกับการเดินทางดังนั้น ข้าจะเล่าต้นกำเนิดของข้าให้นายท่านฟังแทนละกัน”

นามาลิส ทำท่าเท่เหมือนกำลังแอ่นตัวเองอย่างภูมิใจ พร้อมเปิดปากเล่าเรื่องให้นายท่านของเขาฟัง


ย้อนกลับไปเมื่อ 200 ปีก่อนปัจจุบัน ในช่วงนั้นมีนักปราชญ์นามว่า เอลิส อาศัยอยู่ในเมืองอัลเดีย เอลิสถูกยอมรับว่าเป็นนักปราชญ์ที่เก่งที่สุดในโลกด้วยความสามารถที่เชี่ยวชาญในเวทมนตร์ทุกสาขาทั้งสายโจมตี ป้องกัน รักษา และพลังที่สุดยอดที่สุด คือ “พลังอ่านอนาคต”

เอลิสได้รับการยอมรับจากพระราชาของอัลเดียให้เป็นโหรข้างกาย ซึ่งเขาก็มีความสุขเกือบทั้งชีวิต มีครอบครัว มีภรรยา มีลูกสาวที่แสนน่ารัก แต่ความสุขเองก็อยู่ได้ไม่ถึง 20 ปี หลังจากพระราชาองค์เดิมสิ้นพระชนลง ภายในเมืองอัลเดียก็เกิดสงครามกลางเมือง แย่งชิงอำนาจกัน

ครอบครัวของเอลิสไม่เหลือรอดแม้แต่ผู้เดียว ภรรยาถูกยิงเข้าที่ท้องเสียชิวิต และลูกเองก็ถูกยิงตายที่บริเวณที่ห่างกันนัก ส่วนนักปราชญ์เอลิสก็ถูกนำไปขังในวังหลังโดยพระราชาองค์ใหม่

เพื่อควบคุมและป้องกันการโค่นบัลลังค์ พระราชาองค์ใหม่จึงได้ส่งให้เอลิสถ่ายทอดเวทย์อ่านอนาคตให้แก่นักเวทย์ในสังกัดของตน และสร้างอาวุธเวทย์ขึ้นมาจำนวนมาก

เอลิสเองก็ไม่เคยมีประสบการณฺ์ถ่ายทอดพลังมาก่อน จึงได้ตรัสของเวลาในการทดลอง พร้อมกับทหารนักเวทย์อีก 5 คนในครั้งแรก ในทางการทดลองครั้งแรกส่งผลให้ทหารทุกคนตายในทันที

หลังจากศึกษามาหลายครั้ง ก็ไม่สำเร็จในการถ่ายทอดพลังให้ทหารได้ เอลิสจึงได้ตัดสินใจทดลองถ่ายเวทย์ให้กับวัตถุแทน ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ ปืน ดาบ มีด ตาบจนของใช้ได้แก่ โต๊ะ เก้าอี้ หรือแม้กระทั่งหนังสือ

ผลการทดลองพบว่า เกือบทุกอย่างที่ถ่ายทอดพลังเวทย์ลงไปถ้วนพังทลาย หรือเสียหายยกเว้นหนังสือเล่มหนึ่ง ที่ไม่ถูกเผาและไม่เกิดปฏิกิริยาตอบกลับ หนังสือโบราณที่เขียนหน้าปกว่า “ศาสนจักรแห่งความรอบรู้”

เอลิสแอบทดลองและสอนความรู้ให้กับหนังสือดังกล่าวเหมือนลูก พร้อมกับตั้งชื่อว่า “มานาลิส” เป็นเวลากว่า 5 ปี จนในที่สุดพระราชาก็ทนความผิดพลาด และความไม่สำเร็จของเอลิสไม่ไหว และตัดสินใจฆ่าเอลิสในห้องทดลองด้วยการยิงปืนส่วนพระองค์เข้าใส่ เลือดของเอลิสไหลย้อนมานาลิสไปทั้งเล่ม

ทันใดนั้นเอง หนังสือมานาลิสก็ได้เกิดความรู้สึกในตัวขึ้นเป็นครั้งแรก นั้นคือ ความรู้สึกโกรธอยากจะฆ่าพระราชาให้ตาย แต่ความคิดนั้นก็ไม่ได้จบเพียงแต่ความคิด มานาลิสขยายตัวขึ้นและตบพระราชาตายติดพื้นในทันที เหตุการณ์นี้เองที่ทำให้มานาลิส เกิดสามัญสำนักในตัวเอง

“เราจะทำในสิ่งที่พ่อของเราไม่กล้าทำ เราจะช่วยเหลือองค์ชายสองให้ขึ้นแทน ไม่ต้องเกรงใจ หรือเกรงกลัวใครก็ตาม’

หลังจากตัดสินใจดังกล่าว มานาลิสก็เริ่มกวาดล้างบุคคลที่เป็นภัยจากการพยากรณ์ของตัวเอง มานาลิสได้เสียการควบคุมสติอย่างสิ้นเชิงเมื่อสูญเสียเอลิสผู้เป็นพ่อ กลายเป็นคนหัวร้อนที่ทำตามใจตัวเอง จนทุกอย่างสงบ พระชา, องครักษ์ และนักการเมืองฝ่ายพระราชาเดิมทั้งหมดถูกพบว่าเสียชีวิตทั้งหมดแล้ว และเอลิสก็ถูกพบเป็นศพถูกยิงตายห้องเดียวกับพระราชา ในมือของเอลิสมีหนังสือวางไว้

พระราชาองค์ใหม่ขึ้นครองราชย์แทน และได้จัดการงานศพใหญ่โตให้กับเอลิสซึ่งเป็นอาจารย์ของตน

สำหรับมานาลิสนั้นได้ถูกจัดเก็บในพิพิธภัณฑ์คู่กับข้าวของใช้ของเอลิส

Back to Top