W4-การบ้านเรื่องสั้น

W4-การบ้านเรื่องสั้น

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าน้องแมวตกใจวิญญาณออกจากร่างไปอยู่ในโลกของผี

Genre: Fantasy, Drama

Logline: เรื่องราวของแมวที่วิญญาณออกจากร่างไปอีกโลก ได้เจอเจ้าของเก่า มีเรื่องให้ตัดสินใจว่าจะปล่อยแมวกลับไป หรือให้แมวอยู่ที่นี่

ตัวละคร:

หยาง: แมวดำทั้งตัว อายุ 1 ปี เป็นแมวปกติ

บอย: เด็กผู้เป็นเจ้าของเก่าหยาง เสียชีวิตพร้อมกับครอบครัวในวัยเพียง 10 ปี

ครูมีนา: ผู้ดูแลโรงเรียนหลังความตาย และยมทูตผู้นำทางโลกหลังความตาย

Keywords: โรงเรียน, แมว, ผี

โครงเรื่อง

  • แมวช็อกด้วยอะไรเหตุผลสักอย่าง – เกือบโดนรถชนตาย
  • กลายเป็นวิญญาณ มีผีเด็กเข้ามาเจอ แล้วก็พาไปโรงเรียน
  • ครูบอกให้เอาไปคืน ไม่งั้นแมวจะตาย
  • เด็กไม่ยอม ครูพยายามคุยกับเด็ก ทำให้เด็กมันยอมด้วย แบบว่าเป็นเจ้าของเก่า หรือผูกพันกับแมวก่อนตาย
  • ทุกคนรวมตัวกันตามหา แล้วเอาไปคืนร่าง
  • ได้เข้าร่าง จบ

“เมี้ยว… ทำไมร่างของเราถึงอยู่ตรงนั้น?”

แมวดำน้อยผู้น่าสงสาร หลังจากเจ้านายเสียชีวิตไปเมื่อหลายวันก่อน เขาก็ได้ถูกทอดทิ้ง แม้ว่าจะร้องเรียกหาเจ้านายมากแค่ไหน ก็ไม่มีการเปิดประตูให้ดั่งเดิม ถาดอาหารที่วางไว้ข้างนอกนั้นก็ว่างเปล่า และน้ำก็แห้งสนิท

เจ้าแมวน้อยไม่สามารถทนความหิวได้ จึงจำเป็นต้องเดินทางเร่ร่อนไป เพื่อหาอาหารและน้ำยังชีพ เริ่มจากภายในหมู่บ้าน ออกมาถนน จนกระทั่งจนเจอเหตุการณ์พลิกผันในวันนี้ นั้นคือ รถบรรทุกเสียหลักพุ่งเข้าจะชนกับน้องแมว ขณะที่กำลังเดินทางบนพุดบาท ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างสี่แยกข้ามทาง

เคราะห์ดีที่รถบรรทุกนั้นชนเสาไฟก่อน ทำให้จริงๆ แล้วน้องแมวต้องเป็นไม่เป็นอะไรเลย แต่ด้วยความที่ออกผจญภัยเป็นครั้งแรก เสียงที่ดังสนั่น, แสงไฟของรถที่สาดเข้าหาตัวนั่น หรือเหตุผลอะไรก็มิทราบ ทำให้เขาช็อตหยุดหายใจในทันที…


“เมี้ยวๆ เจ้าแมวน้อยมานี่เร็ว”

เมื่อผมตื่นขึ้นมาก็พบว่ามีเด็กคนหนึ่งกำลังควักมือเรียกอยู่ และเขาก็ค่อยๆ ย่องเขามาใกล้ๆ

“ค๊อกกกกกก… “

“หิวละสิ เจ้าเมี้ยว เรามีขนมด้วยนะ มานี่มา”

เจ้าหนูข้างหน้าเรียกผมไม่เลิก ในมือพลันแกะขนมแมวเลียที่ซ่อนไว้ในกระเป๋า และพยายามล่อผมให้เข้ามาหา ผมถึงจะอยู่ในสภาพที่ตกใจหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้สติไม่เต็มร้อย จิตใจก็สับสนงงไปหมด แต่ด้วยความหิวที่มีมากกว่า ถึงจำเป็นต้องเข้าไปหาเจ้าหนูคนนั้น เพื่อเติมเต็มกระเพาะอาหารก่อน

“น่ารักมาก เจ้าเมี้ยว ผมชื่อบอยนะ เดี๋ยวแกมาอยู่ที่โรงเรียนของผมก่อนละกัน”

หลังจากได้กินขนมจนอิ่ม และฟังเด็กบ่นอะไรก็ไม่รู้เรื่อง เขาก็อุ้มผมไปต่อทันที

“เจ้าเมี้ยว เรามาถึงแล้ว โรงเรียนของผม เดี๋ยวเจ้าลงก่อนแปปนะ”

เจ้าหนูปล่อยผมให้เป็นอิสระ

“เมี้ยว… เมื่อยเป็นบ้าเลย เมี้ยว… ได้เวลาสำรวจแล้ว”

หลังจากถูกอุ้มเดินทางเป็นเวลาหลายสิบนาที ผมก็มาถึงหน้าสถานที่ใหญ่โตแห่งหนึ่ง ตึกนั้นมีสีดำทมึน มีการแบ่งห้องๆ เต็มไปหมด พื้นที่รอบๆ มีเด็กวัยเท่าๆ กับคนที่อุ้มผมอยู่จำนวนเล็กน้อย และมีเด็กนั่งอยู่ในห้องดังกล่าวเต็มไปหมด

ผมเดินสำรวจไปตามทางเดินข้างหน้า ค่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ จนสุดทาง ระหว่างที่กำลังพิจารณาว่าจะไปทางไหนต่อดี

“นี่แนะ เจ้าเมี้ยว อย่าเพิ่งหนีไปสิ ปล่อยแกไปแปปเดียวเอง เผลอไม่ได้จริง”

เด็กคนเดิมจับตัวผมขึ้นมาอีกครั้ง ผมพยายามดิ้นที่จะหนี แต่ก็ไม่สำเร็จ

“เมี้ยว… ปล่อยสิ เมี้ยว… ปล่อยผมลงเดี๋ยวนี้เลย”

ผมพยายามพูดขอให้เด็กปล่อยตัวผมลง แต่ก็ไม่เป็นผล เด็กจับตัวผมไว้ แล้วพาผมเข้าไปยังตึกที่น่ากลัวดังกล่าว

“คุณครูมีนาครับ นี่ครับน้องแมวดำที่ผมเจอข้างนอก พวกเราเลี้ยงเขาไว้ได้ไหมครับ”

“บอย เธอได้ตรวจสอบดูแล้วนี่ยังว่าแมวตัวนี่เขาตายจริงๆ หรือยัง เขาอาจจะแค่หลุดเข้ามาในโลกของเราก็ได้ แต่ดวงยังไม่ถึงฆาต”

“แต่เขามาที่นี่ได้ แสดงว่าเขาต้องตายแล้วไม่ใช่หรอครับ คุณครู”

“มันไม่แน่เสมอไปหรอก พวกสัตว์แตกต่างกับคนตรงที่มีหลายชีวิต ซึ่งบางครั้งก็เกิดข้อผิดพลาดขึ้น ทำให้เขาหลุดมาโลกทางนี้ได้เหมือนกัน ยังไงก็ตามเดี๋ยวครูไปตรวจสอบดูให้ก่อนละกัน เธอเจอแมวตัวนี้ตรงไหนมา”

“บริเวณสี่แยกที่ห่างจากโรงเรียนไปนิดเดียวครับ ที่มีดอกไม้วางไว้เยอะๆ เมื่อสัปดาห์ก่อน” 

ครูมีนาทำหน้าเศร้าเมื่อได้ยินว่าเป็นสถานที่ดังกล่าว สถานที่ที่เพิ่งเกิดความทรงจำเลวร้ายของเด็กที่ยืนอยู่ข้างหน้า

“ถ้าแบบนั้นเดี๋ยวครูเข้าไปตรวจสอบให้ บอยก็เอาแมวไปเล่นกับเพื่อนๆ ก่อนละกัน”

“ขอบคุณครับคุณครู”

หลังจากหญิงสาวบ่นอะไรสักอย่างกับเจ้าหนูเสร็จ ผมก็ถูกลากตัวไปอีกห้องหนึ่งภายในตึก

“ก่อนอื่น แกต้องมีชื่อสินะ ผมตั้งชื่อแกว่า หยาง ละกันนะ พวกเราวันนี้ผมเอาหยาง น้องแมวที่เจอมาด้วย คุณครูอนุญาตให้มาเล่นด้วยก่อน พวกเรามาเล่นกับน้องกันเถอะ”

เมื่อผมถูกเด็กชายปล่อยตัวลง ผมก็ถูกรุมไปด้วยเหล่าเด็กๆ รอบตัว ทั้งชายหญิง ซึ่งเด็กผู้หญิงดีหน่อย พวกเธอเอามือมาเกาคางของผม ไม่ก็ลูบหัว ลูบท้อง ทำให้รู้สึกเพลิดเพลินฟินมาก แต่พวกผู้ชายนี่สิ มาดึงหาง มาดึงไข่ของผม ;w; อยากจะข่วนพวกนี้ให้หน้าเละจริงๆ หลังจากถูกทรมานเป็นเวลาสักพัก ระบบขับถ่ายในตัวผมก็เริ่มทำงาน

“เมี้ยว… ปล่อยผมทีพลีสได้โปรด เมี้ยว… จะราดแล้ว”

ผมพยายามอ้อนวอนขอให้ปล่อยผม เพื่อให้ไปฉี่ แต่พวกเด็กๆ ก็ฟังผมไม่ออกและไม่ยอมปล่อยผมไป จนในที่สุด…

“เฮ้ยๆ แมวมันทำอะไร”

“ปล่อยเมี้ยวลงมาก่อนๆ”

“ไม่ปล่อย!!”

“ฉ่าๆ”

ผมสุดที่จะกั้นและปล่อยน้ำศักดิ์สิทธิออกมาเต็มตัวเด็กที่กำลังอุ้มผมอยู่ จนทำให้เด็กคนนั้นร้องไห้ไม่หยุด และในที่สุดผมก็หลุดจากอ้อมกอดมาได้ ขณะที่กำลังเตรียมหนีอยู่นั่น เจ้าหนูคนแรกก็จับตัวผมไว้ และเอาผ้ามาเช็ดที่ตัวของผม

“หยางมันคงจะปวดฉี่ ก็เลยร้องไม่หยุด พวกเราก็อย่าเพิ่งไปถือสามันเลยนะ เดี๋ยวผมพาไปกินข้าวนะ”

“เมี้ยว… หิว เมี้ยว… หิว”

เจ้าหนูก็จูงผมไปข้างหน้า ซึ่งผมก็สัมผัสถึงกลิ่นอาหารข้างหน้าได้ ก็เลยยอมตามไป ไม่ได้วิ่งหนีเหมือนความคิดแรก


นอกจากเป็นครูในโรงเรียนนี้แล้ว ครูมีนาก็ยังเป็นยมทูตที่ทำหน้าที่นำทางเหล่าวิญญาณไปในทางที่ถูกที่ควร ผู้ใหญ่ที่มีบาปกรรมติดตัวมาก็จะได้การตัดสินว่าจะได้ขึ้นสวรรค์หรือนรก เด็กที่ยังบริสุทธิ์ ก่อนที่จะรับการตัดสินจะถูกนำมาสั่งสอนและพิจารณานิสัยที่โรงเรียน สำหรับสัตว์ก็จะถูกส่งไปเกิดใหม่ตามวาสนาที่มี 

ครูมีนาได้กลับมาที่ห้องพัก เพื่อตรวจสอบทะเบียนการตายของวันนี้อีกครั้ง ทำให้ทราบว่า วันนี้ไม่มีกำหนดใดๆ ที่แมวดำจะตายลงมาที่นี่ การที่แมวดำตัวนั้นหลุดมา เป็นเรื่องที่ผิดปกติและต้องแก้ไข เธอจึงได้เข้าไปตรวจสอบยังโลกมนุษย์ และทราบเรื่องทั้งหมดว่า แมวนั้นแค่ตกใจ ไม่ได้ถูกรถชนไม่ได้บาดเจ็บอะไร ประกอบใจสถานที่นั้นเป็นสถานที่เด็กเพิ่งจะตายมา ทำให้เขาไปลากวิญญาณของแมวออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ตอนนี้แมวถูกนำไปส่งที่คลินิกมีหมอรักษาอยู่ แต่ยังไม่ได้สติ

“เราต้องรีบแก้ไขปัญหานี้แล้ว มีเวลาอีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ก่อนที่เขาจะต้องตายจริง”

หลังจากตรวจสอบเรียบร้อย ครูมีนาได้กลับมาที่ห้องเรียนอีกครั้ง

“แมว กับบอยหายไปไหนแล้วเด็กๆ”

“บอย พาแมวไปหาอะไรกินครับครู”

“ไปทางห้องครัวค่ะ”

“ทางนู้นครับ”

“ขอบคุณมากเด็กๆ เล่นกันเองไปก่อนนะ เดี๋ยวครูขอจัดการเกี่ยวกับน้องแมวให้เรียบร้อยก่อน”

“ได้เลยครับ/ค่ะ คุณครู”

หลังจากพูดจบครูมีนาก็รีบวิ่งไปหาบอยและแมวทันที สักพักก็ได้เจอบอยกำลังเดินทางกลับมาคนเดียว จากห้องครัว

“น้องแมวไปไหนแล้วบอย พวกเรามีเรื่องด่วนมากต้องคุยด้วย”

“หยาง หนีไปทางข้างหลังโรงเรียนแล้วครับ คุณครูจะทำอะไรกับหยางหรอครับ”

“ครูต้องเอาหยางไปกลับคืนร่างของมัน ก่อนที่มันจะตายจริงๆ ตอนนี้มันยังไม่ถึงฆาต”

“ครูจะเอาหยางไปไม่ได้นะครับ ครูจะพรากหยางเป็นครั้งที่ 2 จากผมไม่ได้นะ ฮือๆ ผมไม่ยอม หยางต้องอยู่กับคน ผมไม่เหลือใครแล้วนอกจากหยาง”

“นี่ บอย เธอจำได้แล้วหรอ!!”

“ครับ ผมจำได้บางส่วนแล้ว เรื่องที่ผมตายแล้วตรงสี่แยกนั้น ในวันนั้นที่ผมและพ่อแม่ถูกชนตาย คุณครูก็มารับผมมาที่โรงเรียนนี้ ส่วนพ่อแม่ก็ได้ถูกแยกไปอีกที่หนึ่ง ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมจึงไม่ได้ไปกับพ่อแม่ แล้วทำไมผมจึงลืมเรื่องนี้ไปได้”

“เธอ ควรจะลืมอดีตให้หมด ความทรงจำที่เจ็บปวดก็มีทำให้ทุกข์ทรมาน”

“พวกเรา ทิ้งหยางให้ต้องอยู่คนเดียว หยางต้องเหงาทรมานแค่ไหนกัน”

“บอย เธอ… จะปล่อยให้หยางต้องตายงั้นหรอ”

“ผมไม่อยากให้หยางตายครับ”

“งั้นเธอก็นำเขาไปคืนที่เดิมนะ ให้เขามีชีวิตต่อไปรู้ไหม”

“ครับ คุณครู”

หลังจากทำให้บอยยอมรับได้ พวกเราก็ช่วยกันออกตามน้องแมว โดยเรียกเด็กๆ ในห้องเรียนทั้งหมดมาช่วยกันตามหา แต่ใช้เวลากว่าชั่วโมงก็ยังไม่มีใครหาเจอ


“เมี้ยว… ทำไมร่างของเราถึงอยู่ตรงนั้น?”

ผมย้อนกลับมาที่แรกก่อนที่จะเจอเจ้าหนู ตรงข้างหน้าของผมมีร่างแมวสีดำกำลังนอนสลบอยู่ ผมรู้ตัวดีว่าร่างนั้นคือร่างของผมเอง หลังจากที่ผมได้กินจนอิ่ม ได้ปลดปล่อยหลังจากไม่ได้ทานอะไรมาหลายวัน ผมได้เติมเต็มความต้องการของตัวเอง ทำให้สมองของผมย้อนกลับมาคิดถึงจุดแรกสุดที่ควรจะสงสัย นั้นคือทำไมผมจึงมาอยู่ที่นี่ และที่นี่มันคือที่ไหน?

“หยาง แกมาอยู่ที่นี่เองสินะ”

สักพักหลังจากผมเหม่อและนั่งคิดถึงเรื่องดังกล่าวเป็นเวลานาน เจ้าหนูก็ตามมาหาผมจนเจอ และมีคนตามมาอีกเป็นพรวน

“เมี้ยว… ฉันอยากอยู่คนเดียว เมี้ยว… ปล่อยฉันไป”

“ถึงเวลาที่เธอจะต้องปล่อยเขาไปแล้วละ บอย… เธอยอมใช่ไหม”

“ครับ คุณครู ผมรักหยางมาก ผมไม่อยากให้หยางตายไปเหมือนผม คุณครูช่วยหยางด้วยนะครับ ช่วยหยางกลับที่ของเขา ช่วยทำให้เขาอบอุ่น ไม่ต้องอดยาก ให้มีคนรักเขามากๆ เหมือนกับผม”

“ได้สิ ถึงจะเป็นคำขอที่มากไปหน่อย แต่เพื่อความดีที่บอยทำมา ครูยินดีช่วยหยางให้

หญิงสาวก้มลงไปอุ้มผมขึ้นมาในอ้อมกอด

“หากปล่อยแกไปแบบนี้ แกก็คงมีสิทธิอดตายเหมือนเดิมได้ ฉันจะช่วยแกสักหน่อยละกัน พลังอันนี้อาจจะไม่ใช่พลังที่ดีเลิศอะไร แต่มันทำให้แกหาคนเลี้ยงดู และมีกินอิ่มได้… พลังแห่งการแทรกแซงความฝัน… ฉันขอมอบให้แก”

เกิดแสงสว่างจากนิ้วหญิงสาวเข้ามาที่หน้าผากของผม ถึงผมจะฟังไม่ค่อยออก แต่ก็รับรู้ได้ว่ามีพลังบางอย่างเกิดขึ้นมาในตัวผม ทำให้ผมสามารถที่จะเข้าฝันมนุษย์ได้ เพื่อจะเข้าไปขอให้เลี้ยงดู หรือรับเลี้ยงผมก็ทำได้

“ถึงเวลาที่แกต้องกลับไปแล้วละ ขอให้แกโชคดี”


“คุณแม่ค่ะ หนูขอเลี้ยงมันไว้ได้ไหมคะ”

“เมี้ยว… หิว เมี้ยว… หิว”

ที่คลินิกสัตว์ หลังจากเวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง เด็กสาวและคุณแม่ที่กำลังค่อยฟังผลตรวจจากคุณหมอ ว่าแมวที่เจอข้างถนนเป็นอย่างไรบ้าง แล้วก็ได้ข่าวดีว่าแมวฟื้นขึ้นมาแล้ว และเด็กสาวก็อยากที่จะรับเลี้ยงแมวดังกล่าว

“เรายังไม่รู้เลยลูก ว่าแมวมีเจ้าของแล้วหรือเปล่า มันยังมีปลอกคออยู่เลย”

“แต่ว่าคุณแม่ค่ะ ถ้ามีเจ้าของ เขาก็น่าจะออกตามหาบ้างแล้วไม่ใช่หรอคะ”

“เจ้าของเขาเสียชีวิตหมดแล้วละครับคุณนาย ผมเป็นคนฉีดยา รักษาให้แมวมาก่อนหน้านี้เอง เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ครอบครัวเขาเดินข้ามตรงสี่แยกนั้น แล้วถูกรถบรรทุกชน ไม่มีใครรอดเลย ผมก็ไม่ได้ทันคิดถึงแมวว่าเป็นยังไงบ้างหลังจากครอบครัวเสียชีวิตไป คงต้องอยู่โดดเดี่ยวมาตั้งแต่วันนั้น ผอมโซขึ้นมาเยอะเลย”

“น่าสงสารจังเลย คงคิดว่าตัวเองถูกทิ้งแน่ๆ เลยเจ้าเมี้ยว”

“แม่ค่ะ ให้น้องมาอยู่กับเรานะคะ”

“ก็ได้ลูก แต่ต้องสัญญาว่าเราต้องเป็นคนดูแลมันอย่างเต็มที่นะ ห้ามเบื่ออยากทิ้งด้วยนะ”

“แน่นอนค่ะคุณแม่ เรื่องแมวพี่ชายเองก็มีอยู่ตัวหนึ่ง หนูน่าจะขอคำปรึกษากับพี่ได้”

“งั้นเดี๋ยวตั้งชื่อให้น้องหน่อยสิ จะได้ให้คุณหมอทำป้ายชื่อให้”

“แมวของพี่ชายสีขาว ชื่อ หยิน ดังนั้นตัวนี้เป็นแมวดำ หนูอยากให้ชื่อ หยาง ค่ะ”

คุณหมอถึงกับตกใจเมื่อได้ยินชื่อที่ตั้งให้ เพราะชื่อนี้เขาเองก็เป็นทราบว่าชื่อเดิมกับปัจจุบัน ชั่งเป็นเรื่องตลกจริงๆ ที่แมวตัวเดิม แต่เจ้าของคนละคนกลับตั้งชื่อเดียวกันให้

“พวกเรากลับบ้านกันเถอะ เจ้าหยาง”

และนี่คือเริ่มต้นของเรื่องราวระหว่างหนุ่มนักผจญฝันกับแมวพิศดาร “หยาง” มีพลังในการแทรกแซงความฝัน และ “หยิน” มีพลังในการถ่ายทอดความทรงจำไม่รู้ลืม

Let the Meow Begin… เมี้ยว~

ชินพัฒน์ แก้วชินพร

Back to Top